2007/May/03

หวัดดีครับ นี่ก็ใกล้จาเปิดเทอมละ คงไม่ค่อยได้มาอัพซักเท่าไหร่(ปกติก็ไมมานี่หว่า)

พอดี ผมนอนไม่ค่อยหลับ เลยลุกขึ้นมาเขียนฟิกเล่นๆ เลยกะว่าจะเอามาให้อ่านๆกันดู

ติชมได้ตามสบายคับ มีโอกาสแค่ครั้งเดียว เพราะผมไม่คิดจะเขียนแล้วอ่ะ (ไม่มีฝีมือ -*-)

บอกไว้ก่อนนะฮะ ถ้าไม่สนุกก็ปิดไปเลยดีกว่า เพราะหากว่าอ่านจบ ท่านจะคิดได้เลยว่า

"กูจะอ่านมาทำไมตั้งนานวะ เสียเวลาชิหาย"

คำเตือน : ผมบรรยายได้ไม่เก่ง หากรู้แล้วยังจะอ่าน ก็เชิญ

ชื่อเรื่อง : - (ไม่มี ไม่ได้ตั้ง)

โดย : ผมเองแหละ(จะใครอีก)

หากจะถามว่า มันเริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อไร ผมคงจะตอบไม่ได้ แต่หากจะให้ตอบจิงๆล่ะก็

ผมคงจะตอบว่า มันเริ่มขึ้นตั้งแต่คืนนั้น คืนที่ผมสูญเสียเพื่อนสนิทไป...ไม่มีวันกลับ

เชน เพื่อนรักของผม เรารู้จักกันมา10ปีได้แล้ว ตั้งแต่ที่ผมเริ่มจะจำความได้ บ้านเราอยู่ข้างกัน

เชนย้ายมาอยู่ตอนผมอายุได้แค่5ขวบ อาจจะเป็นเพราะแถวๆบ้านของผมไม่มีเด็กรุ่นราวคราวเดียวกับผมเท่าไร

ทำให้เขาเป็นเพื่อนสนิทคนแรกของผม

โดยปกติแล้วหลังสี่ทุ่มเป็นต้นไป ผมจะไม่ค่อยออกจากบ้านซักเท่าไรนัก แต่คืนนี้มีเหตุจำเป็นที่ผมจะต้องออกไป และเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด

พี่ค้าบบ รับโทรศัพท์หน่อยค้าบบ พี่ค้าบบ...อยู่ๆ เสียงโทรศัพท์ของผมก็ดังขึ้น

Hello

อิ๋วเหรอวะ ไม่ใช่ใครอื่น ไอ้เชน เพื่อนผมเอง

เออ กูเอง มีไรวะ

ไอ้โจดิว่ะ มันไปมีเรื่องกะพวกอาชีวะอ่ะ

แล้วไง บอกกูแล้วได้ไรวะ

ไอ้ห่า! ถ้าไม่เรียกมาช่วยมัน กูจะโทรหามึงทำไมวะ

อ้าวทำไมต้องผมวะ งงชิหาย

ทำไมต้องกูวะ

เออ มึงรีบมาที่ร้าน.....ก่อนดิวะ พวกมันจะมากันแล้ว

เออๆ เดี๋ยวกูไป

หลังจากรู้สถาณที่แล้วผมก็รีบแต่งตัว แล้วพารถคู่ชีพบึ่งไปที่ร้านอาหารแถวโรงเรียนทันที

ไม่ไดสนใจเลยว่าป๊าจะถามว่าไร(ไม่ควรทำนะครับ แบบนี้ม่ายดี)

นั่นไรวะ...อ้าว เฮ้ย ใส่กันแล้วหรอวะ

ดูจากสถาณการณ์แล้ว คงสูสีกัน แต่ถ้าปล่อยไว้นานๆ พวกผมคงตายแหง(ก็ดูหุ่นพวกมันดิ อย่างกับคนเหล็ก)

มารู้ตัวอีกที ผมก้องวิ่งไปโดดถีบไอ้คนเหล็กหมายเลข1ซะละ

สาดด!! รุมเพื่อนกูหรอมึง ตายยยย

เชี่ยอิ๋ว แม่งมาช้าว่ะอ้าว กูมาก็ดีละ

อ้าว ไหงพูดแมวๆงี้ว่ะ ไอ้ห่าเชนผมพูดไปพลาง ตีคนไปพลาง(เก่งป่ะ)

ซวยล่ะมึง พ่อมึงมาละอยู่ๆไอ้โจก้อตะโกนขึ้นมา

ไม่ใช่อะไรหรอกครับ ตำรวจมา

แล้วผมจะทำไงดีล่ะเนี่ยยยย ไม่น่าออกมาเลยจริงๆ

ป๊ากะม้าด่าแหงเลย ซวยจริงว้อยยยยยยยยยยยยยยยยย ทำไงดีวะเนี่ย

ขณะที่ผมกำลังอึ้งแดกอยู่ ไอ้เชนก้อมากระชากคอเสื้อผม

มึงจะยืนเก๊กห่าไร รีบไปดิวะ เดี๋ยวก็โดนหรอก

อ...เออผมตอบออกไปทั้งๆที่ยังงงไม่หาย

แล้วพวกผมก็พากันพารถคู่ชีพ ออกมาจากร้านอย่างทุลักทุเล

จากสภาพที่ดูไม่ค่อยได้อยู่แล้ว รวมกับรีบหนีตำรวจ

สภาพแต่ละคน ทั้งผม ไอ้เชน ไอ้โจ ไอ้บาส ไอ้จีแทบจะดูไม่ได้เลย

แต่แล้วก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น มันเกิดเร็วมาก

เร็วจนผมดูไม่ทันด้วยซ้ำ ไอ้เชนโดนรถชน รถของมันที่นำพวกผมไปโดนชนจนกระเด็น

ผมมารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ร่างของมัน ร่างของเพื่อนรักของผมตกลงมากระทบกับพื้นถนนแล้ว

ผมรีบจอดรถแล้ววิ่งลงไปดูมันทันที ไม่สนใจแม้แต่รถที่วิ่งสวนไป-มา

ดูจากสภาพแล้ว ผมแทบร้อง ไห้ ตัวมันเต็มไปด้วยเลือด แขนซ้ายช่วงข้อศอกลงไปขาดหายไป

เลือดก็ไหลไม่หยุด แม้แต่มือของผมที่ประคองมันอยู่ก็เปื้อนเลือดไปด้วย

เชน ๆ มึงอย่าเป็นไรนะ

....................................

ลืมตาสิวะ ลืมตาสิว้อยยยยยยย

อิ๋ว.........ฟ..ฟังกู

.....อือ

บอก...แม่กูด้วย...กู..ข..ขอโทษ

ได้ กูจะบอกแม่มึงให้ แต่มึงต้องไม่เป็นไรนะ

....................................

เชน ๆ

..................................

มึงลุกมาพูดกับกูดิ ลุกสิวะ

ถึงตอนนี้ผมกลั้นน้ำตาไม่อยู่แล้ว น้ำตาลูกผู้ชายที่ผมไม่คิดจะเสียง่าย

แต่...วันนี้ คืนนี้ผมต้องเสียไป เสียไปพร้อมกับชีวิตของเพื่อนรัก

เสียไปอย่างไม่มีวันได้กลับคืนมา...อีกเลย....

********************************************

หลังจากเหตุการณ์วันนั้น ผมตัดสินใจที่จะย้ายตามพ่อไปเรียนที่จังหวัดอื่น

ทั้งๆที่ผมก็เรียน ม.4 มาได้ครึ่งเทอมแล้วก็ตาม

ผมกลายเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูดจาต่างจากเมื่อก่อน ที่เป็นคนอารมณ์ดีอยู่ตลอดเวลา

ผมเลือกที่จะเรียนโรงเรียนที่อยู่คนละจังหวัดกับที่ย้ายไปอยู่ เพื่อที่จะได้ไม่มีคนที่สนิทจริงจัง

และการ เดินทางไปโรงเรียนของผมนั้นต้องขึ้นรถประจำทางไป แล้วต่อรถไปอีกนิดหน่อย

และนั่นเอง ทำให้ผมรู้จักเธอ ผู้หญิงตัวเล็กๆ แก้มป่องๆ ผิวขาวๆ เธอดูร่าเริงอยู่เสมอ

การแอบมองดูเธอจากการนั่งเบาะหลัง ทำให้ผมรู้สึกสบายใจ อาจจะเป็นเพราะความร่าเริงของเธอ

หรืออะไรผมก็ไม่ทราบได้ แต่มันเป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกสบายใจ หลังจากที่เสียไอ้เชนไป

อ้อ...ลืมบอกไป เธอเรียนที่เดียวกับผม แก่กว่าผมหนึ่งปี เธอชื่อว่า....

แฮะๆ ตอนนี้ผมยังไม่รู้ แต่ผมแอบมองเธอทุกครั้งที่เห็นก็ว่าได้

มึงมองใครวะไอ้เจ เพื่อนคนแรกของผมถามขึ้น

ป่าว

ป่าวไรวะ มองพี่คนนั้นใช่ป่าววะมันพูดแล้วชี้นิ้วไปทางเธอ คนที่ผมแอบมองทุกวัน

........................

เงียบ...พูดถูกหน่อยทำเป็นเงียบ

ช่างกูดิ...แล้วไม่รีบขึ้นห้องเหรอวะ

ทำไมต้องรีบวะ เหลืออีก10นาทีอ่ะ

แต่มึงเป็นหัวหน้าห้องนะ ลืมบอกไปมันเป็นหัวหน้าห้องครับ

เออ กูลืม เฮ้ย..ปอม ขึ้นห้อง

พอนึกขึ้นได้ มันก็หันไปเรียกเพื่อนอีกคน ชื่อไอ้ปอม ไอ้นี่มันอ้วนๆเตี้ยๆแต่ขาว

ส่วนไอ้เจ มันสูง ขาว หุ่นดี ส่วนผมน่ะเหรอ ก้อสูงปกติ ไม่ขาวเท่าไร หน้าตาก้อพอไปวัดไปวาได้

พวกผมสามคน เวลาไปไหนจะไปด้วยกันตลอด แต่ผมก็จะเว้นระยะห่างไว้เสมอ

เพราะผมไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยอีก ไม่อยากเสียเพื่อนรักไปอีกครั้ง

พี่เขาชื่อหนิง อยู่ๆ ไอ้เจมันก้อพูดขึ้นมา ในช่วงพักเปลี่ยนคาบ

..................

พี่คนที่มึงมองอ่ะ ชื่อหนิง

อืมม...ชื่อหนิงนี่เอง แล้วมันมาบอกผมทำไมเนี่ย --a

บอกกูทำไม

ก้อกูเห็นมึงมองเขาทุกวัน

ไม่ดีเหรอวะ ได้รู้ชื่อเขาแล้วอ่ะอยู่ๆไอ้ปอมก้อแทรกเข้ามา

ไม่เสือกซักเรื่องมึงจะตายมั้ยวะ

อ้าวว ไอ้ห่าเจ ก็กูอยากรู้อ่ะ ไม่ได้หรอวะ

เออ

และแล้วสงครามน้ำลายก้อเกิดขึ้น ณ ห้อง4.6

สมรภูมิน่ะหรอ ตรงหน้าผมอ่ะสิครับ ข้ามหน้าข้ามตาผมมากๆ

แบบนี้ยอมไม่ได้ ต้องเข้าร่วมด้วย(เฮ้ยย!! ไม่ใช่ละๆ)

หยุดว้อยย

..............................

..............................อยู่ๆมันสองคนก็ทำหน้าเหมือนเจอผีหลอกซะงั้น

อึ้งไรกันวะ

ป่าว พวกกูก็แค่ไม่เคยได้ยินมึงแหกปาก

เออ ปกติเห็นนั่งเงียบๆ

.................................ใช่แล้ว ปกติผมจะเงียบ

แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ ผมแหกปากด่าพวกมันให้หยุด

ผมคงจะขยับเข้าใกล้เกินไปแล้ว คงต้องถอยออกมาอีกนิด

เออ ช่างมัน กลับเข้าเรื่องๆหลังจากเงียบไปนาน ไอ้เจมันก็วกเข้าประเด็น

พี่เขาเรียนอยู่5.5 ยังไม่มีแฟน

ส่วนนี่ก้อเมลล์ ...............@hotmail.com

เจ มึงไปรู้มาจากไหนวะ

ปอม คำถามนี้กูต้องถามไม่ใช่เหรอวะ

...................กูลืมไป

..................................

กูรู้มาจากพี่กู พี่กูเรียนห้องเดียวกับพี่หนิงไอ้เจเฉลย

ต่อจากนี้ ก็แล้วแต่มึงละนะ ว่าจะทำไง

หลังจากมันพูดเสร็จ อาจารย์ก็เข้ามาสอนพอดี

ทำให้ผมลืมถามมันไปว่าจะให้ผมทำอะไรล่ะ

*************************************************

ดีฮะป๊า

หวัดดีลูก เป็นไงบ้าง วันนี้

ก็สบายดีฮะเรียนสนุกดี

ไม่ได้ไปมีเรื่องกับใครมาอีกล่ะ

...............................

ไม่หรอกฮะ ผมสัญญากับเชนไว้แล้ว ว่าผมจะเลิกแล้ว

ผมรู้ว่าป๊าแซวผมเล่น แต่มันก็ทำให้ผมนึกถึงวันนั้นอีกจนได้

หลังจากต่างคนต่างเงียบไปซักพัก ผมก้อยิ้มให้ป๊า และก็ลาขึ้นห้องทันที

จากคำถามนั้นทำให้ผมต้องขึ้นมานั่งคิดว่าผมจะทำตามสัญญาได้หรือเปล่า

ใช่...ผมสัญญาไว้ สัญญากับตัวเอง สัญญากับเชน ว่าจะกลับตัวซะใหม่

และผมคิดว่าจะรักษาสัญญานี้ไปชั่วชีวิต

เฮ้อ...คิดให้ปวดหัวทำไมวะ อาบน้ำดีกว่า

หือ อะไรวะเนี่ย

...............@hotmail.com

มาอยู่ในกระเป๋าเสื้อได้ไงวะเนี่ย

ผมกำลังงงว่าเมลล์ใครมาอยู่ในกระเป๋าเสื้อ แต่ก่อนจะได้คิดอะไร ก็มีคนมาเฉลยให้ซะก่อน

พี่ค้าบบ รับโทรศัพท์หน่อยค้าบบ พี่ค้าบบ...

หวัดดี

อิ๋ว เมลล์พี่หนิงอยู่ในกระเป๋าเสื้อนะไอ้เจโทรมาครับ

มึงเอามาใส่หรอวะ

เออ อย่าลืมแอดล่ะ

........................

แค่นี้ก่อนนะเว้ย

.............................

อะไรของมันหว่า โทรมาบอกแค่นี้อ่ะนะ ท่าทางจะบ้า

ผมยังไม่เคยบอกมันเลยว่าชอบพี่หนิง (ที่จริงก็สนใจนิดๆอ่ะนะ)

มันก็คิดไปเองซะละแถมยังไปหาเมลล์มาให้อีก

มันไปหามาให้ทั้งที ผมจะไม่แอดไปก็กลัวมันเสียน้ำใจอ่ะนะ

แอดไปให้มันหน่อยละกันวะ

................................................

ผ่านไป10นาทีเห็นจะได้ ยังไม่มีวี่แววว่าเธอจะออน

ผมจึงลุกไปอาบน้ำซะก่อน

หือ....

ผมไปอาบน้ำโดยยังติดสถานะออนไลท์ไว้หรอเนี่ย

เหอะๆ มีคนทักมาด้วย ใครวะ

Nightmare say : ดีค่ะ

Nightmare say : นี่ใครหรอ

Nightmare say : อยู่มั้ยอ่ะ

อ้าวเฮ้ย พี่หนิงนี่หว่า เอาไงดีวะ

..................................

คนไร้ค่า say : ดีคับ

Nightmare say : ค่ะ

Nightmare say : ใครคะ

คนไร้ค่า say : อิ๋วฮะ

Nightmare say : อิ๋วไหนอ่ะ

คนไร้ค่า say : อิ๋ว 4.6 ร.ร.เดวก่าพี่อ่ะ

Nightmare say : ได้เมลล์มาไงอ่ะ

หลังจากนั้น เวลาที่อยู่บ้านของผม ผมมักจะไปนั่งอยู่หน้าคอม

ออนmรอ เพื่อที่จะคุยกับเธอเสมอ พอได้คุยกันทำให้ผมได้รู้ว่าเธอเป็นคนร่าเริง

ใจดี ช่างพูด(หรือผมพูดน้อยเองก็ไม่รู้สิ) หัวเราะเก่ง ยิ้มง่าย

วันไหนที่เจอกันบนรถประจำทาง เธอก็จะมานั่งคุยเป็นเพื่อนผมเสมอ

ทำให้ชีวิตของผมเริ่มจะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง จากความร่าเริงของเธอ

ช่องว่างที่ผมเคยสร้างไว้กั้นระหว่างผมและคนอื่นๆ มีอันต้องพังไปทีละนิดๆ

โดยที่ผมไม่รู้ตัวมาก่อนเลย ผมเริ่มกลับมายิ้ม หัวเราะได้เหมือนเมื่อก่อนมากขึ้นเรื่อยๆ

หลังจากรู้จักกันได้หนึ่งเดือนกว่าๆ ความคิดพิเลนๆของผมมันก็กลับมา

ผมสมัครเมลล์ใหม่ แล้วแอดไปหาเธอ ผมใช้ชื่อว่าเฟลม และนำเรื่องราวเมื่อวันเก่าๆมาเล่าให้เธอฟัง

ทั้งเรื่องทะเลาะวิวาท เรื่องแข่งรถ สารพัดอย่างที่ผมเคยทำ ผมเอามาเล่าให้เธอฟัง

และจากการเล่นแบบนี้ ทำให้ผมรู้จักเธอมากขึ้นอีก

Devil blue say : เด๋วไปก่อนนะฮะ

Nightmare say : จะไปไหนหรอ

Devil blue say : ก้อจะไปแข่งรถอ่ะ

Nightmare say : ไปทำไมอ่ะ มันอันตรายนะ

Devil blue say : ง่า...ก้อชอบอ่ะ

Nightmare say : ไม่ไปมั่ยได้หรอ

Devil blue say : ของงี้มันห้ามไม่ได้หรอก ก้อเหมือนที่เจ้กรีดแขนตัวเองแหละ

(เธอซาดิสเล็กน้อยอ่ะครับ เวลามีปัญหาหนักๆจะกรีดแขนตัวเอง)

Devil blue say : ถ้าผมเลิกแข่งรถ เจ้ก็ต้องเลิกทำให้ตัวเองมีแผลนะ เอาป่ะ

เปนไงล่ะฮะ แผนผม เธอเป็นคนรักษาสัญญานะ ถ้าสัญญาแล้วก็จะทำให้ได้ และที่ผมให้สัญญางี้อ่ะ

ก็เพราะผมไม่อยากให้แขนสวยๆของเธอมีแผลอ่ะ ถ้าเธอสัญญาก็เสดโจรสิค้าบบบบ

Nightmare say : ก้อได้ แต่แกต้องสัญญานะ ว่าจะไม่ไปแข่งรถอีก

เป็นไงฮะ เธอน่ารักใช่มั้ย คิดถึงคนอื่นก่อนตัวเองเสมอ เวลาผมมีปัญหาอะไร คนแรกที่ผมจะปรึกษาก็คือเธอนี่ล่ะ

ถึงเธอจะมีอะไร(หลายๆอย่าง)ที่แปลกๆไปบ้าง แต่ผมก็ว่าเธอน่ารักดีนะ

*************************************************

อิ๋ว ตอนเย็นไปดูหนังกับพวกกูป่าววะ

มีใครไปมั่งวะ

มีกู ไอ้ปอม แค่นี้ว่ะ

งั้น...กูไม่ไปเป็น ก.ข.ค. พวกมึงหรอก

ไอ้เชี่ยอิ๋ว กุม่ายใช่เกย์ว้อยยยยยยยยยย

ไอ้ห่าปอม กูไม่ได้ว่ามึงเป็นเกย์เลยนะ สาดด

.............................................

ทำเป็นร้อนตัวไปได้ ผมพูดพร้อมกับยิ้มกวนๆให้มันทั้งสองคน

มึงจะรอพี่หนิงก็บอกมาเถอะน่า ทำเป็นพูดดี

ป่าวรอนะเว้ย

ป่าวรอห่าไรล่ะ เห็นกลับพร้อมกันทุกวัน

................................................

เล่นเอาผมพูดไม่ออกเลยอ่ะ ไอ้เจมันรู้ทันทุกอย่างจริงๆ

ทำไมผมต้องรอพี่หนิงน่ะหรอ ก็ใกล้กีฬาสีแล้วน่ะสิครับ และเธอก็เป็นหลีดอ่ะครับ

ต้องซ้อมทุกเย็น ผมก้อจะไปเตะบอล รึไม่ก็เล่นบาส

แล้วผมก็จะไปนั่งดูเธอซ้อม และก็รอกลับบ้านด้วยกัน

ก็กลับทางเดียวกัน ผมเลยเป็นห่วงอ่ะ ไม่อยากให้เธอกลับคนเดียว มันอันตราย

ไม่เคยคิดจะจีบเลย (จริงๆนะ อ้าว ม่ายเชื่อกันหรอ)

พอซ้อมเสร็จ เธอก็จะมาบ่นๆให้ฟังว่าปวดแขนมั่งล่ะ

เพื่อนว่าทำดูไม่แข็งแรงมั่งล่ะ ผมก็เข้าใจนะว่าเธออ่ะ ดูบอบบาง

ทำยังไงมันก็ดูไม่แข็งแรงหรอก ไม่รู้ไปเป็นให้ลำบากทำไม

อ้อ...เหตุผลของเธอน่ะหรอครับ

ก็สงสารเพื่อนอ่ะ มันไม่มีคนมาเป็นให้

ดูเหตุผลเธอสิครับ เล่นเอาผมอึ้ง สงสารแค่คำเดียว ทำให้ต้องมาลำบาก

และแล้วก้อถึงปิดเทอมซะที ปิดเทอมนี้ก็ไม่มีอะไรแปลกใหม่หรอกครับ

ผมก็แค่กลับบ้านไปเยี่ยมแม่ แล้วก็ไปหาเพื่อนๆเก่าทั้งหลาย

ผมเห็นสภาพพวกมันแล้วตกใจเลยครับ หน้าตามีแต่แผลแถมมันยังมีหน้ามาตั้งวงเหล้าอีก

ไม่เข็ดกันเลยซักนิด คงจะมีแต่ผมล่ะมั้งที่เปลี่ยนไป

อ้าว อิ๋ว มึงกลับมาวันไหนวะ ไอ้โจมันเห็นผมก่อนเพื่อน

ไอ้อิ๋ว มาไงวะเนี่ย

มาๆๆ มานั่งก่อน

และอีกหลายๆเสียงก็ตามมา

เฮ้ย กูไม่ใช่คนดังนะเว้ย

ไม่ดังห่าไรวะ มึงย้ายไป พวกกูคิดถึงจะตายห่า

....................................

พวกมึงเป็นเกย์หรอวะ

สาดดด ถ้าพวกกูเกย์ มึงก็กระเทยละ

ไม่พูดเปล่า มันยังมาตบหัวผมกันคนละที สองทีอีก

เฮ้ยย พอๆ กูเจ็บ โอ๊ย! สัด

มึงเปลี่ยนไปนะอิ๋ว

กูเปลี่ยนยังไงวะจี

ถ้าเป็นเมื่อก่อน มึงคงตบพวกกูคืนแล้ว

...............................

แต่เดี๋ยวนี้ มึงไม่ทำ

อืม...กูใจเย็นขึ้นแล้ว

..................................

กูกลับละนะ เด๋วแม่กูรอนาน

ปิดเทอมนี้ผมอยู่บ้านทุกวัน ไม่ค่อยได้ออกไปไหน วันๆอยู่แต่หน้าคอมคุยกับพี่หนิง

บางทีก็โทรหา อาทิตย์หนึ่งโทร 3-4 ครั้งเห็นจะได้

และในช่วงปิดเทอมนี้เอง เธอก็จับได้ว่าผมหลอกเธอ หลอกเรื่องไรน่ะหรอ

ก็เรื่องที่ผมกับเฟลมเป็นคนๆเดียวกันไงครับ(จำได้ป่ะ) แต่เธอไม่ยักกะโกรธแฮะ แปลกอ่ะ

Nightmare say : พี่ว่ามีคนๆนึง คล้ายแกมากเลยอ่ะ

Devil blue say : ใครอ่ะฮะ

Nightmare say: น้องชายพี่อ่ะ

......................................

ซวยแล้วมั้ยล่ะ คนที่ว่ามันผมแหงๆเลย เอาไงดีวะ

Devil blue say : ขอคุยด้วยหน่อยสิฮะ

แล้วอีกหน้าต่างหนึ่งก็เด้งขึ้นมา

กะแล้วเชียว ทำไมไม่ถูกล็อตเตอร์รีรางวัลที่1งี้มั่งเนี่ย

Nightmare say : อิ๋ว

คนไร้ค่า : ไรหรอ

Nightmare say : มีคนอยากคุยด้วย

คนไร้ค่า : ใครอ่ะ

Nightmare say : น้องพี่อ่ะ

คนไร้ค่า : ไม่คุยได้ป่ะ

Nightmare say : ไม่ได้ แกต้องคุย

พูดเสร็จเธอก็ลากผมไปคุยกะผม(?)ทันที

Devil blue say : ดีคับ

คนไร้ค่า : ดีคับ

คนไร้ค่า : มีไรอ่ะฮะ

Devil blue say : ก็...มีคนว่าเราคล้ายกันอ่ะคับ

Nightmare say : ไม่เหมือนอ่ะ แต่ใช่เลย

คนไร้ค่า :- -

คนไร้ค่า :งง

Nightmare say : แกสองคนเปนคนเดียวกันไง

Devil blue say : ....

ซวยบรรลัย รู้ได้ไงฟระเนี่ยยย อาจจะแค่สงสัยก็ได้ เนียนไว้ก่อนดีป่าววะ

แต่ถ้ารู้จริงๆ จะทำไงดีวะ โอ้ยย ปวดหมองเจงว้อยยยย

คนไร้ค่า :ไม่หนุกเลยอ่ะ

Nightmare say : อิอิ

คนไร้ค่า :พี่รุได้ไง

Nightmare say : ก็มันมีหลายๆอย่างเหมือนกัน

คือ...ผมจะชอบหายไปในเวลาไล่เลี่ยกันอ่ะครับ แล้วก้อบางทีผมก็จะหลงพูดศัพท์ของอีกคนออกมา

เช่นไอ้เฟลม(ผมนั่นแหละ)ชอบพูด เมี้ยว ^w^ แล้วบางทีผม(ไอ้อิ๋ว)ก็จะใช้คำนี้ ไม่ได้หลงหรอกนะ

ก็กะว่าจะให้เธอรู้แหละ แต่มานเร็วไป ตั้งตัวม่ายทันอ่า

*************************************************

อิ๋ว ไปเล่นบาสกันปะ

ไรวะ กีฬาสีทั้งที มึงยังจะชวนกูไปเล่นบาสอีก

มึงจะรอดูอะไร

..............................

พี่หนิงอ่ะดิ มึงจะรอทำไม ยังไงก้อไม่ได้คุย

โหยยย ไอ้เจ มันรู้ทุกอย่างจริงๆครับ รู้ไปหมดเลยว่าผมรอดูอะไร

ผมยังคิดเลยครับว่ามันเป็นพระเจ้ารึเปล่า

ถ้าจะดู มึงรอตอนเลิกดีกว่า เชื่อกู

เออๆ กูไปเล่นกับมึงก็ได้วะ

วันนั้นทั้งวันผมก็เลยเล่นบาสอยู่กับมันอ่ะแหละครับ แต่พอหยุดพัก ก็จะวิ่งไปดูว่าหลีดเค้าพักรึยัง

พอช่วงบ่าย1ได้ล่ะมั้ง ผมเห็นหลีดสีของพี่หนิงไปพักแล้ว เลยลองโทรไปหา

ว้าวววววววว เธอรับด้วยครับ

สวัสดีค่ะเสียงหวานได้ใจจัง ^^

ทำไรอยู่หรอ

ก็พึ่งได้พักกินข้าว แกมีไรหรอ ง่ะ คิดถึง โทรหาไม่ได้หรอ

ป่าวหรอก เหนแดดมานร้อนเลยเป็นห่วง

ไม่เป็นไรหรอก

ก็ดีแล้ว

เดี๋ยวพี่ต้องไปก่อนนะ ไรอ่า รีบไปจัง

คับ บะบาย

อืม...บะบาย

เอาวะ แค่นี้ก็ยังดี เดี๋ยวให้ว่างค่อยโทรหาละกัน

พักกินข้าวงั้นหรอ คิดไปคิดมา ผมยังไม่ได้กินข้าวเลยนี่หว่า

พี่ค้าบบ รับโทรศัพท์หน่อยค้าบบ พี่ค้าบบ...

หวัดดี

อิ๋ว มากินข้าว จารย์เลี้ยง ดีมากไอ้ปอมเพื่อนรัก ทันเวลาพอดี

เออ เดี๋ยวกูไป

เรียกไอ้เจมันมาด้วยล่ะ

เออ รักกันจังนะ มึงสองคนอ่ะ

เจ กินข้าวก่อนค่อยมาเล่น จารย์เลี้ยงนะมึง

จิงดิว่ะ จารย์พาวเลี้ยง โลกแตกแหงมึง จารชื่อภาวนาอ่ะ แต่เรียกจารย์พาว

ไอ้ห่า เวอร์ไปละมึง

และแล้วพวกผมก็ยัดอาหารทั้งหลายเข้าไป คิดดูแล้วกันครับ จุกมากจนเล่นไม่ไหว

ต้องรอให้มันย่อยก่อน ค่อยได้กลับไปเล่นต่อ วันนั้นสนุกมากเลยครับ

สนามบาสก็ว่าง แถมกีฬาสีก็สนุก แต่ดีสุดก็ตรงไม่ได้เรียนนี่ล่ะครับ สุดๆ

แต่พองานเลิกผมไม่ได้คุยกับพี่หนิงหรอกครับ เพราะว่ามันก็เย็นมากแล้ว พี่หนิงเลยนอนบ้านเพื่อน

ส่วนผมหรอครับ บ้านไอ้เจไง เรื่องไรจะกลับล่ะ

แต่วันนี้พี่หนิงน่ารักจริงๆครับ จะว่ายังไงล่ะ ก็เธอแต่งชุดหลีดอ่ะ มันจะเป็นแบบญี่ปุ่นๆซักหน่อย

แล้วก็ไปต่อผมมาด้วย จากที่น่ารักอยู่แล้ว น่ารักขึ้นเป็นภูเขาเลย(เยอะโคตร)

***************************************************

เออ อิ๋ว มึงกับพี่หนิงไปถึงไหนแล้ววะ หลังจากปิดไฟได้ซักพัก ไอ้เจมันก็ถามขึ้น

.....................................

กูรู้ มึงยังไม่นอน ตอบมาดิวะ

เออๆ มึงนี่รู้ไปซะทุกอย่างเลยนะ

........................................

กูถามจริง มึงเป็นเทพป่าววะผมถามเพื่อเบี่ยงเบนประเด็น แต่ให้ตาย มันรู้ทันครับ

ไม่ต้องเปลี่ยนเรื่อง ตอบกูมาก่อน

เออๆ กูตอบก็ได้วะ

ก็เหมือนเดิมอ่ะ ก็แค่พี่น้อง

ไอ้ห่า แล้วเมื่อไหร่มึงจะจีบติดวะ

ก็...กูไม่ได้ชอบพี่เค้านี่หว่า

แล้วมันก็เงียบไปซักพัก เหมือนกับว่ามันกำลังคิดอะไร(บางทีอาจจะเป็นคำด่าก็ได้มั้ง)

เห็นแบบนั้น ผมจึงพลิกตัวหันหน้าหนี่จากมัน กะว่าจะนอนซะหน่อย

แล้วเวลามึงเห็นพี่เค้าเดินกับผู้ชายคนอื่น ยิ้มให้คนอื่น มึงรู้สึกยังไง

ก็ไม่ชอบอ่ะดิ ถามได้

เวลาพี่เค้าเสียใจมึงรู้สึกยังไงวะ

ก็รู้สึกไม่ดีสิวะ อยากจะเข้าไปกอดซะด้วยซ้ำ

แล้วเวลาห่างๆกันนานๆ มึงคิดถึงพี่เค้ามั้ย

คิดถึงสิวะ ไม่งั้นกูจะโทรไปคุยด้วยเป็นชั่วโมงทำไม

มึงลองเก็บไปคิดดูแล้วกัน ว่าที่มึงรู้สึกน่ะ มันเพราะอะไร

.................................นั่นสิ ผมรู้สึกอย่างนั้นเพราะอะไรนะ

กูนอนละ คิดได้เมื่อไหร่ก็บอกกูด้วย มันพูดแล้วก็นอนไปเลย ปล่อยให้ผมนอนสับสนกับคำถามที่มันทิ้งไว้

ที่ผมไม่ชอบที่เธอเดินกับผู้ชายคนอื่น ยิ้มให้คนอื่น มันเพราะอะไรนะ

เวลาที่เธอเสียใจ ทำไมผมต้องรู้สึกไม่ดีด้วยนะ

แล้วทำไมผมถึงได้คิดถึงพี่เค้านักหนา ทั้งหมดนี้เป็นเพราะอะไรกันแน่

หรือว่า มันจะเป็นเพราะว่า...ผมชอบเธอ...งั้นหรอ

เช้านี้แปลกจากทุกๆวันนิดหน่อย เพราะว่าผมตื่นเช้ากว่าทุกๆวัน

เพราะอะไรนะเหรอครับ ก็โดนถีบตกเตียงอ่ะสิครับ ไม่ใช่ใคร ไอ้เชี่ยเจ เพื่อนรักเพื่อนแค้นของผมเอง

สัด มึงปลุกดีๆไม่เป็นหรอวะ

เออ ยังมีหน้ามายิ้มอีกครับ ดูมัน

เชี่ยยยยย

ไปอาบน้ำดิวะ เดี๋ยวกูจะไปส่ง

เออ ฝากไว้ก่อนเถอะมึง

วันนี้ไอ้เจมันมาส่งผมขึ้นรถ เพื่อที่จะกลับบ้าน โดยที่ไม่ลืมจะถามคำตอบของคำถามเมื่อคืน

ผมก็ได้แต่ยิ้มๆให้มัน แค่นี้มันก็คงจะรู้คำตอบแล้วล่ะ

ผมกลับมาถึงบ้านก็ประมาณ 10โมงกว่าๆแล้ว

แต่โชคยังดีที่มาทันกินข้าวเช้ากับป๊า ไม่งั้นคงไม่มีกินแหงๆ

โหยย โชคดีแฮะ กลับมาทันกินด้วย

อ้าวว กลับมาแล้วเหรอ มาๆ มากินข้าวกับพ่อมา

ครับ เดี๋ยวไปล้างมือแปป

กินข้าวไม่ค่อยเป็นเวลาเลยนะเรา เดี๋ยวก็เป็นโรคกระเพาะหรอก

.............................ก็ตื่นไม่ทันอ่ะป๊า ^^

ได้ยินบ่นปวดท้องบ่อยๆนิ ช่วงนี้

ก็...ครับ คือช่วงนี้ไม่รู้เป็นอะไรอ่ะครับ ผมปวดท้องบ่อยมากๆ แต่เป็นแปปเดียวก็หาย

หลังจากกินข้าวเสร็จ ผมก็เอาจานไปล้าง ส่วนป๊าก็ออกไปข้างนอก

ล้างจานเสร็จผมก็ไปเล่นคอมฯ ออนm แล้วก็เล่นเน็ทไปเรื่อยๆ รอให้พี่หนิงออน

แต่ช่วงหลังๆนี้เธอไม่ค่อยออนซักเท่าไหร่ บอกว่าไม่ค่อยว่าง

ส่วนมากจึงจะได้คุยก็ตอนกลางคืนซะมากกว่า เพราะว่าผมโทรฟรีตอนกลางคืน(ไม่เปลือง งุงิ)

ความสัมพันธ์ของเราก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม มีคุยกันบ้างหากเจอ

ตอนกลางคืนผมก็โทรหาเธอทุกวันจนเหมือนเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ผมเคยถามว่ารำคาญหรือเปล่า

เธอก็บอกว่าไม่รำคาญ ดีซะอีก มีคนคุยด้วย ไม่งั้นเธอจะคุยกับตัวเอง(แปลกดีครับ แต่ก็น่ารัก)

ผมเคยโดดเรียนไปหาเธอด้วยซ้ำ ตอนนั้นเป็นคาบที่เธอว่าง แต่ผมมีเรียน

ไม่รู้ความคิดอะไรของผม ทำให้ตัดสินใจโดดเรียนเพื่อจะไปหาเธอ แต่โดนอาจารย์ใช้งานซะงั้น

กว่าจะได้คุยก็ล่อไปจนเกือบหมดคาบ

ผมเคยคิดจะบอกเธออยู่หลายครั้ง ว่าผมชอบ แต่ก็ไม่กล้าซักที ได้แต่คิด ยิ่งคิดก็ยิ่งอยากบอก

ยิ่งอยากบอกก็ยิ่งอึดอัด คุณเคยเป็นรึป่าวครับ อยากบอกแต่ไม่กล้า มันรู้สึกแย่มากๆเลย

หากไม่เกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น ผมก็คงไม่ได้บอกหรอกครับ

ในวันที่อากาศกำลังดี น่านอน เป็นคาบพักของชั้น ม.ปลาย หลังจากกินข้าวเสร็จ

ผมก็แยกตัวออกมาจากเพื่อน เพื่อที่จะได้ไปหาพี่หนิง ปกติเวลานี้เธอจะนั่งอยู่แถวๆหน้าอาคาร7

ผมรู้มาได้ไงน่ะหรอ ก็ตามดูจนรู้นั่นแหละครับ แต่แปลกวันนี้เห็นนั่งคนเดียว

ผมเลยรีบเดินเข้าไปคุยด้วยทันที

ทำไมมานั่งอยู่คนเดียวอ่ะ

ก็ทำงานอยู่ แล้วแกล่ะ ทำไมมาคนเดียว

ก็...มาเดินเล่น ก็จะมาหาแหละ เลยมาคนเดียว

....................

แล้วนี่ทำงานอะไรหรอ

ก็การบ้านอ่ะ จะเรียนคาบต่อไปแล้ว ลืมทำ อิอิ

โอ้ยย อย่ายิ้มดิ เดี๋ยวผมก็ละลายตายหรอก

แทนที่ผมจะจ้องหน้าเธอตามปกติ แต่ไม่รู้เพราะอะไร ผมกลับมองไปที่แขนเธอแทน

และนั่นเอง ทำให้ผมเห็น รอยแผลตรงข้อมือข้างซ้ายของเธอ ยาวประมาณ2นิ้วเห็นจะได้

จากอารมณ์ดีๆ ผมกลายเป็นโกรธนิดๆในทันที

แขนไปทำอะไรมาแต่ก็ทำไรไม่ได้นอกจากถาม ก็ไม่ได้มีสิทธิ์ไปโกรธนิครับ

บอกแล้วไง ว่าไม่ให้กรีดๆ

ไม่เห็นต้องทำหน้าดุเลย แผลนี่ตั้งแต่ปิดเทอมแล้วทำเสียงอ้อนๆอ่ะ ผมเลยใจอ่อน

ทีหลังอย่าทำอีกนะ แขนยิ่งสวยๆอยู่

แขนพี่จะเป็นอะไร แกจะสนใจทำไมเล่า

ก็ชอบอ่ะ

หือ ก็ชอบอ่ะ ก็ชอบอ่ะ เฮ้ยย พูดไปได้ไงวะ

อะไรนะชอบอะไร คนไรว้า งงยังน่ารัก

ชอบพี่อ่ะ

พี่ไม่ตลกนะอิ๋ว ง่ะ ผมชักฝ่อๆแล้วนะ ทำเสียงไม่ชอบใจงี้อ่ะ

ม..ไม่ได้ให้ตลก พูดจริงๆ

.....................

ขอบใจนะ...

เธอพูดได้แค่นั้นก็หมดคาบซะก่อน เลยต้องรีบไปเรียน

ผมเลยไม่รู้เลย ว่าเธอจะว่ายังไง แต่ก็ดีไปอีกแบบ เพราะผมเองก็กลัว

กลัว...ที่จะฟังคำตอบ ให้เป็นแบบนี้ก็ดี...

แต่...ได้บอกออกไปก็รู้สึกดีนะครับ โล่งๆดี

หากคุณรักใครซักคนในขณะนี้ และยังไม่ได้บอกเค้าให้รู้
อย่าอ้างว่าไม่มีโอกาส
อย่าอ้างว่า ไม่กล้าพอ
อย่าอ้างว่า กลัวผิดหวัง
อย่าอ้างว่ายังไม่ถึงเวลา

ความสุขของการได้รักคือการให้คนที่เรารักมีความสุข
และการได้บอกรักครับ

ที่ผมไม่ได้บอกว่ารัก ก็เพราะผมคิดว่าผมยังไม่รู้สึกขนาดนั้น

แต่...ซักวัน ผมคิดว่า ผมจะสามารถพูดคำนั้นได้แน่นอน

แม้ว่าเธอจะอยากได้ยินมันหรือไม่ก็ตาม

หลังจากนั้นทุกอย่างก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม เหมือนกับว่า...

วันนั้นผมไม่ได้พูดอะไรไปเลย และเธอก็ไม่ได้ยินมันเลย เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

แต่ผมก็รู้ ว่าผมไม่ได้ฝันไปแน่ๆ ทุกๆอย่างมันยังชัดเจนในหัวของผมอยู่เลย

ช่วงใกล้ๆสอบมานี้ ผมปวดท้องหนักขึ้นเรื่อยๆ และปวดนานขึ้นด้วย

เธอก็เป็นห่วง บอกให้ไปหาหมอซะ และบอกให้ตั้งใจอ่านหนังสือซะบ้าง

บางทีผมก็คิดน้อยใจเหมือนกัน เหมือนกับว่าเธอจะไม่อยากคุยด้วย

จึงไล่ให้ไปอ่านหนังสือ แต่ก็เป็นได้ไม่นาน เพราะผมก็รู้ว่าที่เธอพูด มันจริงทุกอย่าง

ผมตัดสินใจบอกป๊าผมให้พาไปตรวจ หลังจากตรวจเสร็จแล้วหมอนัดให้มาฟังผลอีก1อาทิตย์

ในช่วงที่รอผลผมก็ยังใช้ชีวิตตามปกติ ไม่ได้ทุกร้อนอะไรมากมาย แต่พอได้ฟังแล้ว...

มันทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป ผมเป็นมะเร็งตับขั้นสุดท้าย อยู่ได้ไม่เกิน3เดือน

พอรู้ผลป๊าผมโทรไปบอกม้าทันที ทีแรกป๊ากับม้าขอให้ผมลาออกมาอยู่บ้านดีกว่า

แต่ผมเลือกที่จะอยู่กับเพื่อน เพราะอีกเดือนกว่าๆก็จะปิดเทอมแล้ว ขอใช้ให้คุ้มค่าทีเถอะ

ถึงจะบอกว่าอยากอยู่กับเพื่อน แต่ผมโดดเรียนเป็นว่าเล่นทีเดียว

เพราะเหตุผลจริงๆแล้ว ผมอยากเจอพี่หนิงต่างหาก ผมมาเพื่อจะเจอเธอเท่านั้นแหละ

เวลาส่วนมากผมจะไปนั่งดูเธอซะมากกว่าเรียนและอยู่กับเพื่อนอีก

เธอรู้เธอก็ดุทุกครั้ง ผมก็ฟังหูซ้ายออกหูขวา ไม่สนใจหรอกว่าจะด่าว่าอะไร

ขอแค่ได้เห็นหน้า ได้ฟังเสียง ได้เห็นรอยยิ้ม แค่นี้ผมก็พอใจแล้วล่ะ

ตลอดเวลาเดือนกว่าๆนี้ไม่มีใครรู้เลยซักคนว่าผมป่วย ไร้ทางรักษา

ความจริงแล้ว ผมจะไม่เข้าสอบด้วยซ้ำ หากเธอไม่ขูผมซะก่อน

อิ๋ว ถ้าแกไม่เข้าสอบ พี่จะไม่คุยด้วย

หึหึ ยิ่งรู้จักก็ยิ่งชอบ ชอบมากๆเข้าก็เริ่มจะเปลี่ยนเป็นรัก

แต่ถึงยังไงผมก็ไม่เคยบอกเธอเลย ทั้งเรื่องผมรักเธอ หรือเรื่องผมป่วย

ถึงปิดเทอม ผมก็อยู่ได้แค่อีกเดือนกว่าๆเท่านั้นเอง ตอนนี้ม้าย้ายมาอยู่ด้วยแล้ว

คงเพราะอยากจะอยู่กับผมให้นานที่สุดล่ะมั้ง ส่วนป๊าก็กลับบ้านเร็วขึ้น

พวกเราสามคนไม่เคยเลยที่จะพูดเรื่องอาการของผม แต่ผมก็รู้ว่ามันแย่

ผมซูบไปมากเลย น้ำหนักลดไปเกือบๆ10กิโล ดูต่างจากผมสมัยก่อนลิบลับ

ทุกๆคืนผมยังโทรหาเธออยู่เสมอ แต่ช่วงหลังๆมานี้เธอไม่รับโทรศัพท์ผมเลย

จะไปหาก็คงไม่ได้ เธอคงจะสงสัยว่าทำไมผมโทรมขนาดนี้แน่ๆเลย

แต่...ถึงเธอจะไม่รับ ผมก็ยังเฝ้าโทรหา จากกลางคืน ผมก็โทรทั้งกลางวันด้วย

วันหนึ่งโทรไปเป็น 10 20 รอบ เธอคงจะรำคาญ เดี๋ยวนี้เธอปิดโทรศัพท์ไปเลย

โทรไปก็ตัดสาย จนวันนี้เวลาเหลือแค่อาทิตย์เดียว ผมก็ยังติดต่อเธอไม่ได้

ผมน้อยใจนิดๆ น้อยใจตัวเอง ที่หวังอะไรลมๆแล้งๆ หวังในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

ไม่รู้จักตัดใจซักที จนถลำลึก ยากจะถอนตัวซะแล้ว แล้วเป็นยังไงล่ะ

หึ...เหงา เศร้า เดียวดาย ถูกทิ้งให้รอความตายอย่างนี้ยังไงล่ะ เจ็บ...

เจ็บมากๆ ที่ถูกทำแบบนี้ คนที่ต้องการที่สุด กลับหายไปซะดื้อๆ ไม่มีแม้คำลา

ไม่โดนกับตัวคงไม่รู้ ว่ามันเป็นยังไง แต่ตอนนี้ผมรู้แล้ว ว่ามันเจ็บยิ่งกว่าโดนรถชนซะอีก

มองเผินๆ ไม่รู้หรอกว่าแผลที่ได้หนักหนาขนาดไหน ผมเองก็บรรยายเป็นคำพูดไม่เก่งหรอก

แต่อยากจะบอกว่าคนที่โดนทิ้งน่ะ มันเจ็บขนาดไหน ถ้าคนทิ้งเป็นแค่เพื่อน คงไม่เท่าไหร่

แต่นี่คือคนที่เรารู้สึกดีๆด้วย ถ้าไม่สนใจก็บอกมาตรงๆจะดีกว่า อย่าปล่อยให้คิดไปเอง

แล้วอยู่ๆ ก็มาหายไปแบบนี้ มันรู้สึกแย่นะ ...

ผมบอกให้ป๊าลาออกจากโรงเรียนให้ ไม่อยากให้มีคนรู้ว่าผมไม่อยู่ซะแล้ว

หลังจากบอกป๊าแล้ว ผมก็ตัดสินใจเขียนบันทึกเล่มนี้ขึ้นมา หวังว่ามันจะเก็บความทรงจำ

และความรู้สึกดีๆไว้ได้ทั้งหมด ไม่สลายไปพร้อมกับตัวผม บางทีผมอาจจะส่งมันไปให้ใครซักคน

คนที่ผมอยากให้จำผมได้มากที่สุดรองจากเธอ แต่ผมยังไม่รู้เลย ว่าคนๆนั้นคือใคร...

และไม่ว่าเค้าจะคือใคร ผมอยากจะให้รู้ไว้ว่า ผมคนนี้ดีใจที่เกิดมาได้รักคนๆหนึ่งจนหมดใจ

และเสียใจอยู่อย่างหนึ่ง ที่ไม่มีโอกาสจะได้พูดคำว่า ผมรักพี่ ให้เธอรู้

สุดท้ายนี้อยากจะบอกว่าหากคุณรักใครซักคน อย่ารอให้โอกาสที่จะบอกหมดไป

เมื่อยังมีโอกาสที่จะบอก ก็จงพูดออกไปซะ

ก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้พูด...ตลอดไป

... อิ๋ว

***************************************************

Special by Je talk

เปิดเทอมแรกของชั้น ม.5 ของผมดูขาดๆอะไรไปซักอย่าง เพื่อนผมหายไปคนหนึ่ง

อิ๋วเพื่อนที่ย้ายมาเมื่อ1ปีที่แล้วได้ข่าวว่ามันย้ายไปเรียนที่อื่นแล้ว ครั้งแรกที่รู้ก็ยังนึกแปลกใจ

เพราะไม่เห็นมีวี่แวว และมันก็ไม่เคยมาบอกผมเลยว่าจะย้ายไปที่ไหน แต่ผมก็ต้องแปลกใจยิ่งกว่า

หลังจากเปิดเทอมได้1อาทิตย์ ผมได้รับพัสดุมา ในกล่องมีสมุด1เล่ม คิดว่าน่าจะเป็น

สมุดบันทึกอะไรซักอย่าง และจดหมายอีก1ฉบับ บนซองมีชื่อและที่อยู่ผม กับอีกคนหนึ่ง

คนที่ผมคิดว่ามันย้ายไปแล้ว ไอ้อิ๋ว เป็นคนส่งมา

เจ คิดว่าตอนที่มึงได้รับสมุดเล่มนี้ กูคงจะไม่อยู่แล้ว ขอโทษด้วยที่ไม่ได้ลามึง

แต่กูก็ส่งจดหมายมาลาแล้วนะ ความจริงอยากมาเอง แต่ด้วยเหตุผลบางประการทำให้กูมาไม่ได้

กูส่งสมุดเล่มนี้มาให้มึงโดยเฉพาะ กูไว้ใจมึง ว่าคงไม่บอกเรื่องในสมุดให้ใครรู้

ที่กูอยากให้มึงอ่าน เพราะว่าเรื่องที่กูเขียนไปนั้น มึงมีส่วนช่วยให้มันเกิดขึ้น

และอีกอย่าง กูขอย้ำนะ เรื่องนี้เป็นความลับ ห้ามบอกใคร แม้แต่พี่หนิงก็ห้ามบอก

...ลาก่อนเพื่อน

หลังจากอ่านทวนไป2รอบ ผมก็ยังไม่ค่อยเข้าใจ ว่ามันจะสื่ออะไร ด้วยความสงสัย ผมจึงหยิบสมุดขึ้นมาอ่าน

หลังจากที่อ่านจบ เรื่องราวในสมุดทำให้ผมอึ้งไปนาน เพื่อนผมตายแล้ว ผมแทบจะไม่เชื่อ แต่ไม่เชื่อก็ไม่ได้

อย่างมันไม่น่าจะขาดเรียน(ถึงหลังๆจะโดดบ่อยก็เถอะ) และก็ไม่เอาเรื่องอย่างนี้มาล้อเล่นแน่ๆ

ผมตัดสินใจโทรไปที่เบอร์มัน คนที่รับเป็นพ่อของมันเอง ผมจึงสอบถามเรื่องที่สงสัย

ผลที่ได้คือ...เรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องจริง อิ๋วมันไปดีแล้วล่ะลูก นี่คือคำตอบที่พ่อมันบอกผม

หลังจากที่สอบถามได้ความว่า ในวันที่มันจากไปนั้น เป็นคืนที่สงบที่สุด เหมือนทุกๆอย่างจะเงียบไปหมด

คืนนั้นมันนั่งคุยกับพ่อ แม่จนดึก แล้วด้วยความเพลีย ทำให้มันหลับไป นั่งหลับบนโซฟา ใช่แค่หลับไป

หลับไม่มีวันตื่นอีกต่อไป...

ผมคิดว่าวันเผามันผมจะไป กับเพื่อนสนิทของมันอีก 2-3คน ถึงมันจะย้ำว่าไม่ให้บอกใคร

แต่ผมคิดว่าพวกเพื่อนกลุ่มนี้ มันคงอยากจะให้ไปร่วมงานแน่ๆ

ส่วนพวกเพื่อนในโรงเรียนไม่มีใครรู้เลย ทุกคนคิดว่ามันย้ายไปเรียนที่อื่นแล้ว

พี่หนิงเคยเข้ามาถามผมครั้งหนึ่ง คงจะสงสัยว่ามันหายไปไหน ถึงได้ไม่โทรไปอีกเลย

แน่นอน...ผมบอกไปว่ามันย้ายไปที่อื่น ตามที่มันบอกไว้ว่าห้ามบอก แม้แต่คนที่มันรักที่สุด

คุณคงสงสัยว่าบันทึกหน้านี้ผมเขียนมาเพื่ออะไร ผมเขียนเพราะอยากเขียนแค่นั้นเอง

ผมคิดว่าไอ้อิ๋วมันคงไม่ส่งสมุดมาให้อ่านเล่นเฉยๆหรอก มันคงจะอยากให้มีคนเขียนบันทึกนี้ต่อให้จบ

และสุดท้ายผมอยากจะบอกว่า

ไปสบายนะเพื่อน ดีใจที่ได้รู้จักมึง...ลาก่อน